
อัพเดทล่าสุด: เมษายน 2025
HFM (HF Markets) เป็นโบรกเกอร์ Forex และ CFD ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย แม้จะมีจุดเด่นหลายประการ แต่ก็มีข้อเสียที่ผู้ใช้งานควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี บทความนี้จะเจาะลึกถึงข้อเสียของ HFM จากประสบการณ์จริงของผู้ใช้งานและข้อมูลเชิงเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์อื่นๆ
📋 สารบัญ
- ข้อเสียด้านค่าธรรมเนียมและสเปรด
- ปัญหาเกี่ยวกับ Margin
- ข้อจำกัดด้านการฝาก-ถอนเงิน
- ข้อเสียเรื่องโบนัสและโปรโมชั่น
- ข้อจำกัดด้านการสนับสนุนลูกค้า
- จุดด้อยด้านแพลตฟอร์ม
- เปรียบเทียบ HFM กับคู่แข่ง
- ความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงบน Pantip
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อเสียของ HFM
ข้อเสียด้านค่าธรรมเนียมและสเปรด
1. ค่า Spread สูงกว่าคู่แข่ง
ค่า Spread เป็นหนึ่งในข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของ HFM เมื่อเทียบกับโบรกเกอร์อื่นๆ:
คู่สกุลเงิน |
HFM |
Exness |
XM |
---|---|---|---|
EURUSD |
1.7 pips |
0.3 pips |
1.1 pips |
USDJPY |
2.4 pips |
0.5 pips |
1.3 pips |
GBPUSD |
2.0 pips |
0.6 pips |
1.5 pips |
จากตารางเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่า HFM มีค่า Spread สูงกว่าคู่แข่งอย่าง Exness และ XM อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในคู่เงินหลักอย่าง EURUSD ซึ่งเป็นคู่ที่มีการเทรดมากที่สุด
“ค่า Spread EURUSD เฉลี่ย 1.7 pip ถือว่าสูงมาก” – สมาชิกหมายเลข 8265034 จาก Pantip
ค่า Spread ที่สูงนี้ส่งผลให้ต้นทุนการเทรดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เทรดบ่อยหรือใช้กลยุทธ์ Scalping ซึ่งต้องการค่า Spread ต่ำที่สุดเพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาเพียงเล็กน้อย
2. ค่า Spread ทองคำและ Bitcoin สูง
นอกจากคู่สกุลเงินแล้ว HFM ยังมีค่า Spread สูงในสินทรัพย์สำคัญอื่นๆ ด้วย:
- ทองคำ (XAUUSD): ค่า Spread เฉลี่ยอยู่ที่ $34 ต่อ 1 Lot (สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่ $20-25)
- Bitcoin (BTCUSD): ค่า Spread ประมาณ 0.06% ของราคา Bitcoin ซึ่งสูงกว่าโบรกเกอร์หลายรายที่คิดประมาณ 0.03-0.04%
ค่า Spread ที่สูงนี้ทำให้นักลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้มีจุดคุ้มทุนที่สูงขึ้น และอาจลดโอกาสในการทำกำไร
ปัญหาเกี่ยวกับ Margin
3. ปัญหา Margin กระโดดแบบไม่คาดคิด
จากรายงานของผู้ใช้หลายรายบน Pantip พบว่า HFM มีปัญหาเรื่อง Margin ที่กระโดดขึ้นกะทันหันในบางช่วงเวลา:
“หลอกลวง เวลาคุณเทรด ระวังนะคะ ว่า Margin ขณะ spread กระโดดขึ้นแบบไม่รู้ตัว เจอมาหลายรอบแล้วค่ะ” – สมาชิกหมายเลข 8674073, Pantip
ปัญหานี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง หรือในช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งทำให้ผู้เทรดอาจเผชิญกับการ Stop Out โดยไม่ทันตั้งตัว
4. ระดับ Stop Out ค่อนข้างต่ำ
HFM กำหนดระดับ Stop Out ไว้ที่ 20% ซึ่งต่ำกว่าโบรกเกอร์บางราย ระดับนี้หมายความว่าเมื่อระดับ Margin ของบัญชีลดลงเหลือ 20% ระบบจะทำการปิดออเดอร์ที่ขาดทุนมากที่สุดโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับนักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์ต้องการพื้นที่ในการทำกำไรมากกว่านี้
ข้อจำกัดด้านการฝาก-ถอนเงิน
5. การถอนเงินอาจล่าช้า
แม้ว่า HFM จะแจ้งว่าการถอนเงินใช้เวลาประมาณ 1-2 วันทำการ แต่จากประสบการณ์ของผู้ใช้หลายราย พบว่าในบางกรณีการถอนเงินอาจใช้เวลานานถึง 3-5 วัน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือเทศกาล:
“การถอนเงินช้า …ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึง 1 วัน” – จากเว็บไซต์ Thai Broker Forex
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์บางรายที่มีระบบถอนเงินอัตโนมัติและสามารถรับเงินได้ภายในไม่กี่นาที (เช่น Exness) ทำให้ HFM ดูล่าช้ากว่า
6. เงื่อนไขการถอนเงินซับซ้อนกรณีมีโบนัส
สำหรับผู้ที่รับโบนัสจาก HFM จะพบว่าเงื่อนไขการถอนเงินค่อนข้างซับซ้อน:
- ต้องทำยอดซื้อขาย (Trading Volume) ตามที่กำหนดก่อนถอนโบนัส
- หากถอนเงินฝากก่อนทำยอดซื้อขายครบ โบนัสจะถูกยกเลิกตามสัดส่วน
- บางโบนัสมีเงื่อนไขเฉพาะที่ซับซ้อนเพิ่มเติม
ตัวอย่างเงื่อนไขโบนัส Welcome Bonus $35:
- ต้องมีการเทรดอย่างน้อย 2 Standard Lots
- ต้องเปิด-ปิดออเดอร์ครบ 5 รอบ
- นับเฉพาะการเทรด Forex, Gold และ Silver เท่านั้น
ความซับซ้อนเหล่านี้ทำให้หลายคนถอนเงินไม่ได้หรือต้องสูญเสียโบนัสที่ได้รับ
ข้อเสียเรื่องโบนัสและโปรโมชั่น
7. เงื่อนไขโบนัสที่เข้มงวดและซับซ้อน
แม้ว่า HFM จะมีโบนัสและโปรโมชั่นที่ดูน่าสนใจมากมาย แต่เงื่อนไขการรับและใช้โบนัสนั้นค่อนข้างเข้มงวดและซับซ้อน:
- โบนัสเงินฝาก 100%: ต้องทำยอดซื้อขาย (Trading Volume) สูงมากก่อนจะสามารถถอนโบนัสได้
- โบนัส Top-up: มีข้อจำกัดหลายอย่างที่ทำให้การถอนเงินทำได้ยาก
- Trading Rewards: ต้องสะสมแต้มเป็นเวลานานกว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มีค่า
“โบนัสเยอะดี แต่ต้องระวังเรื่องเงื่อนไขการถอน บางทีทำยาก” – ผู้ใช้งาน Pantip
เงื่อนไขที่ซับซ้อนเหล่านี้ทำให้หลายคนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากโบนัสได้อย่างเต็มที่ หรืออาจรู้สึกผิดหวังเมื่อพบว่าโบนัสที่ได้รับไม่สามารถถอนได้ง่ายๆ
ข้อจำกัดด้านการสนับสนุนลูกค้า
8. ไม่มี Line สำหรับติดต่อ
แม้ว่า HFM จะเพิ่ม Line อย่างเป็นทางการสำหรับให้ลูกค้าติดต่อแล้ว แต่ช่องทางการสนับสนุนยังมีข้อจำกัดบางประการ:
- บางครั้งการตอบกลับผ่าน Line อาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะในช่วงตลาดผันผวน
- ไม่มีฟีเจอร์แชทในแอป HFM ที่ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
- บางปัญหาเฉพาะทางอาจต้องรอการตอบกลับผ่านอีเมล ซึ่งใช้เวลานานกว่า
ช่องทางติดต่อ HFM ปัจจุบัน:
- Line: @hfmthailand
- อีเมล: supportth@hfm.com
- โทรศัพท์: 025060095
- แชทสด: ผ่านหน้าเว็บไซต์
9. ซัพพอร์ตอาจตอบช้าในช่วงวิกฤต
จากรายงานของผู้ใช้บางราย พบว่าในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือมีปัญหาเร่งด่วน ทีมซัพพอร์ตของ HFM อาจตอบช้ากว่าปกติ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ลูกค้าต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
จุดด้อยด้านแพลตฟอร์ม
10. ข้อจำกัดของแอป HFM
แม้ว่า HFM จะมีแอปพลิเคชันของตัวเอง แต่แอปดังกล่าวยังมีข้อจำกัดบางประการ:
- รองรับเฉพาะบัญชี MT5 ไม่รองรับบัญชี MT4
- มีฟีเจอร์วิเคราะห์ทางเทคนิคน้อยกว่าเมื่อเทียบกับแอปของคู่แข่ง
- อาจเกิดปัญหาการเชื่อมต่อหรือความล่าช้าในบางครั้ง
- ได้รับคะแนนรีวิวบน Google Play เพียง 3.5 ดาว จากผู้รีวิว 6,000+ คน
เปรียบเทียบ HFM กับคู่แข่ง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาเปรียบเทียบข้อเสียของ HFM กับโบรกเกอร์คู่แข่งสำคัญๆ:
HFM vs XM
คุณสมบัติ |
HFM |
XM |
---|---|---|
ค่า Spread EURUSD |
1.7 pips |
1.1 pips |
ค่าธรรมเนียมฝาก-ถอน |
ไม่มี |
ไม่มี |
การถอนเงิน |
1-2 วันทำการ |
1 วันทำการ |
Line สำหรับติดต่อ |
ไม่มี |
มี |
เงื่อนไขโบนัส |
ซับซ้อน |
เข้าใจง่ายกว่า |
HFM vs Exness
คุณสมบัติ |
HFM |
Exness |
---|---|---|
ค่า Spread EURUSD |
1.7 pips |
0.3 pips |
ค่าธรรมเนียมฝาก-ถอน |
ไม่มี |
ไม่มี |
การถอนเงิน |
1-2 วันทำการ |
ภายใน 24 ชั่วโมง (ส่วนใหญ่เร็วกว่า) |
ระบบถอนเงินอัตโนมัติ |
ไม่มี |
มี |
เลเวอเรจสูงสุด |
1:2000 |
1:1000 |
จากการเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่า HFM มีข้อเสียเปรียบในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องค่า Spread และความรวดเร็วในการถอนเงิน
ความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงบน Pantip
ความคิดเห็นของผู้ใช้งานจริงบน Pantip ช่วยให้เห็นข้อเสียของ HFM จากมุมมองของผู้ใช้ไทย:
“หลอกลวง เวลาคุณเทรด ระวังนะคะ ว่า Margin ขณะ spread กระโดดขึ้นแบบไม่รู้ตัว เจอมาหลายรอบแล้วค่ะ อย่าไปใช้ broke นี้ เด็ดขาด ไม่รู้มีอะไรหมกเม็ดอีกมั้ย ของเตือน มี หลักฐานชัดเจน ไม่ได้ปลักปลำ” – สมาชิกหมายเลข 8674073, Pantip
“โดยรวมใช้ดีนะ แต่ spread แพงไปหน่อย ถ้าเทรดบ่อยๆ อาจจะเสียเปรียบ” – ผู้ใช้งาน Pantip
“เหมาะกับคนที่เน้นความปลอดภัย ไม่ได้เทรดถี่มาก ถ้าใครเทรดบ่อยๆ อาจจะต้องมองหาโบรกที่ spread ถูกกว่านี้” – ผู้ใช้งาน Pantip
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อเสียของ HFM
1. HFM โกงหรือไม่?
HFM ไม่ได้เป็นโบรกเกอร์ที่โกง แต่มีรายงานปัญหาจากผู้ใช้บางรายเกี่ยวกับ Margin ที่กระโดดขึ้นแบบไม่คาดคิด และค่า Spread ที่สูงในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม HFM ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่มีชื่อเสียงอย่าง FCA จึงมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง
2. ทำไม Spread ของ HFM จึงสูงกว่าโบรกเกอร์อื่น?
HFM มีโมเดลธุรกิจที่เน้นรายได้จากค่า Spread มากกว่าค่าคอมมิชชัน ประกอบกับการมีโบนัสและโปรโมชั่นที่หลากหลาย ทำให้ต้องชดเชยต้นทุนด้วยค่า Spread ที่สูงขึ้น นอกจากนี้ HFM อาจใช้ Market Maker Model ซึ่งเป็นรูปแบบการทำธุรกิจที่มักมีค่า Spread สูงกว่า
3. ปัญหา Margin กระโดดที่ผู้ใช้รายงานคืออะไร?
ปัญหา Margin กระโดดที่ถูกรายงานบน Pantip หมายถึงสถานการณ์ที่ Margin Requirement เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันในระหว่างการเทรด อาจเกิดจากความผันผวนของตลาดหรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเทรดโดยโบรกเกอร์ ซึ่งทำให้ผู้เทรดมีความเสี่ยงต่อการ Stop Out มากขึ้น
4. HFM มีค่า Swap หรือไม่?
HFM ไม่มีค่า Swap ในบางสินทรัพย์ เช่น คู่เงิน EURUSD, GBPUSD, USDJPY และทองคำ XAUUSD ซึ่งเป็นข้อดีของโบรกเกอร์นี้ อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์อื่นๆ ยังคงมีค่า Swap ตามปกติ
5. การถอนเงินจาก HFM ใช้เวลานานแค่ไหน?
การถอนเงินจาก HFM ใช้เวลาประมาณ 1-2 วันทำการตามที่ระบุไว้ แต่ในความเป็นจริงอาจใช้เวลาตั้งแต่ 5 นาทีไปจนถึง 5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับช่องทางการถอนเงิน วันหยุด และปัจจัยอื่นๆ
6. HFM เหมาะกับใคร?
แม้จะมีข้อเสียหลายประการ แต่ HFM ยังเหมาะกับนักลงทุนบางกลุ่ม:
- ผู้ที่เน้นความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
- ผู้ที่เทรดไม่บ่อยและไม่ได้กังวลเรื่องค่า Spread มากนัก
- ผู้ที่ชอบถือครองตำแหน่งระยะยาวและต้องการหลีกเลี่ยงค่า Swap
7. HFM ถอนเงินยากไหม?
โดยปกติการถอนเงินจาก HFM ไม่ยาก แต่อาจมีความซับซ้อนในกรณีที่มีโบนัส หรือยังไม่ได้ยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย ผู้ใช้ควรศึกษาเงื่อนไขการถอนเงินให้ดีก่อนรับโบนัสหรือโปรโมชั่นต่างๆ
สรุป: ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
HFM เป็นโบรกเกอร์ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือค่า Spread ที่สูง ปัญหาเรื่อง Margin ในบางกรณี และเงื่อนไขโบนัสที่ซับซ้อน
ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีกับ HFM ควรพิจารณารูปแบบการเทรดของตนเอง หากคุณเป็นนักเทรดที่เน้นความถี่ในการเทรดหรือใช้กลยุทธ์ Scalping โบรกเกอร์อื่นที่มีค่า Spread ต่ำกว่าอาจเหมาะสมกว่า แต่หากคุณเน้นความปลอดภัยและไม่ได้เทรดบ่อย HFM ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ที่สำคัญที่สุด ควรทดลองใช้บัญชีทดลองก่อนเริ่มเทรดด้วยเงินจริง และศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ให้ละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดหวังในภายหลัง
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ กว่า 76% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยขาดทุนเมื่อเทรด CFD โปรดพิจารณาว่าตนเองเข้าใจวิธีการทำงานของ CFD และสามารถรับความเสี่ยงสูงจากการสูญเสียเงินได้หรือไม่

FOREXDUCK (นามปากกา) นักเขียนของเรามีประสบการณ์การเงินการลงทุนกว่า 10 ปี มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ตลาด Forex และคริปโต โดยเฉพาะการวิเคราะห์ทางเทคนิค รวมถึงเทคนิคต่าง